กลับมากับสงครามรายเดือนของตำราพิชัยสงครามแบบย่อของซุนวู
มาตอนนี้เป็นเรื่องของการควบคุมพลานุภาพ
ควบคุมคนกลุ่มใหญ๋เสมือนคนกลุ่มน้อย
ด้วยการแบ่งตำแหน่ง แบ่งยศศักดิ์
ต่อสู้กับกองทัพใหญ่เฉกเช่นกองทัพเล็ก
สำคัญที่การวางกำลัง ตำแหน่ง และการสื่อสารที่เหมาะสม
หากพบกองทัพข้าศึก อย่าเพลี้ยงพล้ำ
ใช้ทั้งความประหลาดใจ และการโจมตีตรงหน้าอย่างเหมาะสม
ตำแหน่งของกองทัพต้องช่วยเสริม สามารถบดขยี้ได้ราวไข่ไก่
ต้องใช้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างถูกต้อง
.
การเข้าตีตรงหน้าเพื่อตรึงกำลังข้าศึก จงใช้ความเหนือคาดให้ชนะ
เหนือคาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนอากาศและพื้นดิน
เหนือคาดอย่างไม่ขาดตอนเหมือนกระแสน้ำในแม่น้ำ
.
จงใช้ วัน เดือน ฤดูทั้ง4 ให้เหมาะสมกับการฟื้นฟู และเรื่มต้นใหม่
.
จงรบด้วยพลานุภาพ
รูปแบบการรบมีเพียงสามัญและพิสดาร
สามัญและพิสดารพลิกผันไม่รู้จบ
ชัยชนะก็มิอาจจำกัดให้จบสิ้นได้เช่นกัน
สามัญและพิสดารให้กำเนิดซึ่งกันและกัน ย่อมส่อผสานผสมปนเปไม่รู้สิ้น
.
กระแสน้ำไหลเชื่ยว แรงพลัดกวาดหินลอยเคลื่อน นี่คือพลานุภาพ
เหยี่ยวโฉบนก เพียงแรงปะทะก็ฆ่าเหยื่อได้ นี่คือจังหวะที่เหมาะสม
คือการเข้ารบเฉพาะสงครามที่จะชนะ
ใช้พลานุภาพที่ทรงพลัง ใช้จังหวะเวลาที่แม่นยำ
เช่นดั่งพลานุภาพเปรียบเสมือนความตึงของสายเกาทัณฑ์
จังหวะเวลาเหมือนการเหนี่ยวไก
.
สงครามเลอะเทอะ ซับซ้อน ยุ่งเหยิง
การรบยิ่งอลหม่าน ตำแหน่งอาจพลิกผัน
แต่ทว่าเราต้องไม่สับสน และไม่ยอมแพ้
.
ความยุ่งเหยิงก่อให้เกิดการควบคุม
ความกลัวก่อให้เกิด ความกล้าหาญ
ความอ่อนแอเป็นบ่อกำเนิดแห่งความแข็งแรง
.
พึงควบคุมความสับสนอลหม่าน
ทำได้รึไม่ขึ้นอยู่กับการวางแผน
คนของเราต้องใช้ความกล้า พิชิตความกลัว
ทำได้รึไม่ขึ้อยู่กับพลานุภาพ
.
ชัยชนะในการรบ
ซึ่งทำได้โดยแสวงหาพลานุภาพ
อย่เพียงแต่ให้คนของเราต่อสู้ให้ถึงที่สุด
เราต้องเลือกคนให้ดี แล้วให้พลานุภาพแก่พวกเขา
.
เราต้องสร้างพลานุภาพ
พลานุภาพสร้างได้ด้วยผู้คนของเราระหว่างสงคราม
เปรียบเสมือนการกลิ้งท่อนซุง และก้อนหิน
มันกลิ้งได้เพราะรูปร่างและน้ำหนักของมัน
ให้ความปลอดภัยแล้วพวกเขาจะสงบ
ให้อันตรายแล้วพวกเขาจะดิ้นรน
ให้ที่มั่นแก่พวกเขาแล้วพวกเขาจะรักษามัน
จงรวบรวมและเคลื่อนไหว
...